สองสามวันมานี้ พวกเราคงจะได้ยินคำว่า ประชาวิวัฒน์ ผ่านหูกันมาบ้างจากสื่อต่างๆ และก็คงมีผู้สงสัยว่า มันคืออะไร ผมขออนุญาตอธิบายให้ฟังพอสังเขปดังนี้นะครับ
แผนปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ คือ กระบวนการตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน ที่ผ่านการกลั่นกรองโดยระบบราชการ เพื่อยืนยันว่า เป็นนโยบายที่ "ยั่งยืน" และ "สมเหตุสมผล" ต่างกับ 'ประชานิยม' ที่เป็นนโยบายที่กำหนดโดยนักการเมืองเพื่อเอาใจประชาชน มุ่งเน้นไปที่จุดประสงค์ในการหาเสียง โดยไม่ผ่านขั้นตอนในการที่จะทดสอบความยั่งยืน
รัฐบาลได้สำรวจปัญหาของประชาชนผ่านหลากหลายช่องทาง และได้สรุปในกระบวนการ 'ปฏิรูปประเทศไทย' ว่ามีอยู่ ๕ หมวดเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการคือ
๑. ปัญหาค่าครองชีพ
๒. ปัญหาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานนอกระบบ
๓. ปัญหาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
๔. ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น
๕. ปัญหาเรื่องที่ดินทำมาหากิน
ขณะเดียวกัน เราตระหนักว่าด้วยวิธีการบริหารจัดการในระบบปกตินั้น บางครั้งไม่เหมาะสมกับการแก้ปัญหาที่มีหลายมิติ โดยเฉพาะปัญหาที่ถ้าจะต้องแก้ไขอย่างจริงจัง ควรที่จะมีการระดมความคิด ข้อมูล และที่สำคัญคือ การร่วมมือข้ามหน่วยงานราชการ ข้ามกระทรวง และข้ามพรรคที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล นี่คือที่มาของการ 'เร่งรัฐ' โดยการจัดศูนย์รวมให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง มาทำงานอย่างเข้มข้นอยู่ด้วยกัน - หรือที่ท่านนายกฯเรียกว่า ให้มา 'เข้าค่าย' ฉะนั้น เจ้าหน้าที่เกือบ ๑๐๐ คน จากกว่า ๓๐ หน่วยงาน ก็ได้มาทำงานกันอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ "ประชาวิวัฒน์" ณ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้ช่วงหนึ่ง
งานที่ต้องทำคือ รัฐบาลมีหน้าที่ตั้งโจทย์ จากนั้น ผู้เชี่ยวชาญและผู้รับผิดชอบในแขนงงานต่างๆก็จะช่วยกันคิดหาคำตอบ โดยที่ท่านนายกฯได้ให้คำมั่นไว้ว่า คำตอบจากศูนย์ปฏิบัติการ "ประชาวิวัฒน์" นี้ ท่านจะรับไปเป็นนโยบายของรัฐบาล และของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นี่คือความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจาก 'ประชานิยม' ซึ่งเป็นนโยบายฟ้าบันดาล ที่ผู้นำไปปฏิบัติไม่เคยมีโอกาสทดสอบและศึกษาถึงความยั่งยืน หรือความเหมาะสม และความแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือ นโยบายที่คลอดออกมาเพื่อตอบโจทย์ประชาชนนี้ แทบจะไม่ต้องใช้เงินงบประมาณเลยครับ ผลสุดท้าย ผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนจะได้ประโยชน์ ชนชั้นกลางจะได้ความถูกต้องในสังคม ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงการดูแลค่าครองชีพ คนจนจะได้โอกาสในการทำมาหากิน ความเหลื่อมล้ำที่ลดลง และ รายได้ที่เพิ่มขึ้น
ผมได้เห็นคำวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมา ก็ขอเรียนตามตรงว่า ส่วนใหญ่ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ แม้แต่ที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของนักวิชาการ ก็ยังไม่ได้มีการติดต่อขอข้อมูลในเชิงลึกเพื่อจะนำไปศึกษาให้ดีก่อนที่จะแสดงความคิดเห็น แผนปฏิบัติการนี้ เราทำงานกันมาเป็นเดือนๆ มีการศึกษาค้นคว้าร่วมกันอย่างรอบคอบ คงไม่เป็นการยุติธรรมที่จะอ่านหรือฟังข่าวเพียงไม่กี่นาทีแล้วด่วนสรุปอย่างนั้นอย่างนี้
ความท้าทายในขั้นต่อไปคือ การนำทุกเรื่องไปสู่การปฏิบัติ ท่านนายกฯจะประกาศรายละเอียดนโยบาย " ประชาวิวัฒน์" ในวันที่ ๙ มกราคมนี้ พร้อมรายชื่อผู้รับผิดชอบในส่วนการปฏิบัติงาน รวมทั้งตารางในการดำเนินการ
ผมเชื่อว่า "ประชาวิวัฒน์" จะนำมาใช้หาคำตอบที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาให้กับสังคมของเราได้อีกหลายเรื่องครับ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่รอจะเข้าร่วมกระบวนการกับรัฐบาล และรอฟังการตอบโจทย์เรื่องแนวทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศไทย
http://www.facebook.com/note.php?note_id=481660729729&id=71254499739
ฟิสิกส์ ฟิสิกส์ไทย ข้อสอบฟิสิกส์ บทเรียนฟิสิกส์ ฟิสิกส์ออนไลน์ โจทย์ฟิสิกส์ แบบฝึกหัดวิชาฟิสิกส์ สอบบรรจุครู ข้อสอบครูผู้ช่วย สอบครู สอบครูผู้ช่วย สอบผู้อำนวยการโรงเรียน สอบ ผอ. สอบครู สอบบรรจุครู สอบเข้ามหาวิทยาลัย ข้อสอบบรรจุครู
วันพฤหัสบดีที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2554
อย่าเที่ยวหาคนรูปงาม
อย่าเที่ยวหาคนรูปงาม..เพราะมีอะไรที่ยังมองไม่เห็นอีกมาก
อย่าปลงใจกับใครเพราะความร่ำรวย..เนื่องจากเป็นสิ่งไม่จีรัง
จงหยุดยั้งกับใครบางคนที่ทำให้คุณแย้มยิ้มได้
เพราะมีแต่รอยยิ้มเท่านั้นที่จะทำให้วันคืนอันมืดมิดในชีวิตสว่างไสวขึ้นมา
หวังว่าคุณคงโชคดีพอจะพบคนคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจของคุณยิ้มได้
อย่าปลงใจกับใครเพราะความร่ำรวย..เนื่องจากเป็นสิ่งไม่จีรัง
จงหยุดยั้งกับใครบางคนที่ทำให้คุณแย้มยิ้มได้
เพราะมีแต่รอยยิ้มเท่านั้นที่จะทำให้วันคืนอันมืดมิดในชีวิตสว่างไสวขึ้นมา
หวังว่าคุณคงโชคดีพอจะพบคนคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจของคุณยิ้มได้
การแก้ไขปัญหาประชาวิวัฒน์
มอบ9ประชาวิวัฒน์เป็นของขวัญปีใหม่
วันที่ 9 มกราคม นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายรัฐมนตรี แถลงนโยบายปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ "คิดนอกกฎ บริการนอกกรอบ" เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน 9 ข้อ ในรายการเชื่อมั่นกับนายกฯ โดยนายกฯ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน คลอบคลุมหลายๆด้าน ทั้งเรื่องการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การลดค่าน้ำ ค่าไฟ การเข้าถึงสินเชื่อ และ เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นายกชี้แจงด้วยว่า 9 มาตรการที่ประกาศ ไม่ใช่ทุ่มเงินลดแลกแจกแถม แต่แก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ใช้งบ 2 พันล้าน แต่ได้ประโยชน์ 2 หมื่นล้าน
สำหรับของขวัญชิ้นแรกรัฐบาลจะเปิดทางเลือกให้ผู้ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม จ่ายเงิน 100/150 ต่อเดือน ได้รับสิทธิประโยชน์เจ็บป่วยเสียชีวิต รวมถึงเบื้ยชราภาพ หรือประชาชน จ่าย 70 บ.รัฐสมทบ 30 บ.หรือ จ่าย 100 บ.รัฐสมทบ 50 บ. กรณีหลังจะประกันกรณีชราภาพด้วย ชิ้นที่2 การเข้าถึงสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษให้กับแท็กซี่ และ หาบเร่แผงลอย นายกฯเชื่อจะเป็นลูกค้าดีของสถาบันการเงิน เพราะมีรายได้ชัดเจน ของขวัญชิ้นที่ 3ขึ้นทะเบียนมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง จัดทำบัตร ให้เบอร์เสื้อวินจยย. แจกหมวกนิรภัย,ปรับปรุงวิน การทำบัตรจะนำไปสู่การพัฒนาสวัสดิการ
ของขวัญชิ้นที่ 4 เพิ่มจุดผ่อนปรนให้หาบเร่แผงลอย หวังลดรายจ่ายนอกระบบ และ จะจัดโซนการค้าให้เป็นระบบระเบียบ แต่จะไม่กระทบผู้ใช้ทางเท้า ของขวัญ ชิ้นที่5 นำเงินกองทุนน้ำมัน ตรึงราคาก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน ภาคขนส่ง แต่จะเลิกอุดหนุนภาคอุตสาหกรรม ของขวัญชิ้นที่ 6 ลดการจัดเก็บค่าไฟ กับผู้ใช้ต่ำกว่า 90 หน่วยแบบถาวร ไม่ใช้เงินภาษี แต่จะปรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ใครใช้ไฟฟ้ามากก็จ่ายมาก ของขวัญชิ้นที่ 7 หาทางลดต้นทุนภาคการเกษตร โดยเฉพาะอาหารสัตว์ และ พ่อพันธ์แม่พันธุ์ ปรับรูปแบบไข่ไก่ขายโดยการชั่งกิโล ของขวัญชิ้นที่8 กรณีราคาไข่ไก่ จะนำร่องซื้อขายเป็นกิโลฯ เพื่อประหยัดค่าคัดแยกได้ถึง 50 สต. โดยเริ่มทดลองในเขตมีนบุรี ของขวัญชิ้นที่ 9 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตั้งเป้าลดให้ได้ 20 % ใน 6 เดือน เพิ่มกล้องวงจรปิด-บุคลากร บูรณาการทำงานสำหรับ ของขวัญ ทั้ง 9 ที่นายกฯประกาศ จะเสนอครม.11 ม.ค. และ จะตั้งคณะทำงานศึกษา เห็นผลตั้งแต่มค.ใช้งบ 2,000 กว่าล้านบาท
เชื่อประชาวิวัฒน์สำคัญต่อประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการการแถลงนโยบายปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ "คิดนอกกฎ บริการนอกกรอบ" เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน 9 ข้อว่า ทุกเรื่องต้องเดินหน้าทันที เพียงแต่บางเรื่องต้องไปปรับแก้กฎระเบียบ หรือบางกรณีอาจต้องไปทำให้กฎหมายรองรับ แต่ทุกเรื่องต้องเดินหน้าได้เลย ถือว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักที่มีความสำคัญต่อประชาชน ซึ่งกระบวนการแบบนี้เราคิดว่า ถ้าไปได้ดี อาจจะมีการหยิบยกเรื่องอื่นๆมาอีก
เมื่อถามว่า ระยะเวลาที่จะทำให้เป็นรูปธรรมชัดเจน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บางเรื่องสามารถทำได้ทันที แต่ช้าที่สุดคือเดือนก.ค. และเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพราะมีการดูอย่างดีก่อนที่จะกำหนดเป้าหมายอย่างนี้
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่มีคนบางมองเป็นการปูพรมหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน
สำรวจ"ทำไมประเทศไทย ยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา"
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และนักศึกษาด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ ประจำสถาบันคอร์เนลล์เพื่อภารกิจของรัฐ (Cornell Institute for Public Affairs) มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สำรวจสาเหตุสำคัญ ทำไมประเทศไทยยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา ในยุครัฐบาลชุดปัจจุบัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เพชรบุรี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา เลย ขอนแก่น อุบลราชธานี นราธิวาส สงขา และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,249 ตัวอย่าง โดยดำเนินการในช่วง 1 – 8 มกราคม 2554 ผลการสำรวจพบว่า
ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.7 ระบุมีระบบต่างตอบแทนบุญคุณกันในกลุ่มข้าราชการ โดยร้อยละ 51.8 ระบุว่ามีเหมือนเดิม ร้อยละ 25.9 ระบุว่ามีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 22.3 ระบุว่าลดลง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.7 พบเห็นการทุจริตคอรัปชั่นในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 49.6 พบเห็นเหมือนเดิม ร้อยละ 30.1 พบเห็นมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 20.3 พบเห็นลดน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.7 ระบุมีการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นพรรคพวกของตนเอง โดยร้อยละ 49.0 ระบุมีเหมือนเดิม ร้อยละ 34.7 ระบุมีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 16.3 ระบุลดลง
ที่น่าพิจารณาคือ ร้อยละ 74.7 มองว่ามีการครอบครองที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศโดยคนตระกูลใหญ่ๆ เพียงไม่กี่กลุ่ม โดยร้อยละ 43.3 ระบุมีเหมือนเดิม ร้อยละ 31.4 มองว่ามีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 25.3 มองว่า ลดลง แต่ที่น่าเป็นห่วงมาก คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.3 ระบุมีการฉ้อราษฎร์ (เจ้าหน้าที่รัฐโกง รีดไถประชาชน) และบังหลวง (เจ้าหน้าที่รัฐครอบครอง ยักยอกถ่ายเททรัพย์สินของหลวง) โดยร้อยละ 47.4 ระบุมีเหมือนเดิม และร้อยละ 25.9 ระบุมีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 26.7 ระบุลดน้อยลง ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.0 ได้ยินเรื่องการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 45.0 ได้ยินเหมือนเดิม ร้อยละ 31.0 ได้ยินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 24.0 ได้ยินลดน้อยลง
เมื่อถามว่า ยังคงพบเห็นระบบเด็กเส้น ตระกูลดังในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.0 ระบุพบเห็น โดยร้อยละ 43.0 พบเห็นเหมือนเดิม และร้อยละ 41.0 พบเห็นมากขึ้น ในขณะที่ ร้อยละ 16.0 พบเห็นลดลงที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.6 พบการรีดไถประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 42.7 พบเหมือนเดิม ร้อยละ 20.9 พบเห็นมากขึ้น และร้อยละ 36.4 พบเห็นลดน้อยลง เมื่อถามถึงการพบเห็นการข่มขู่ คุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ พบว่า เกินกว่าครึ่งเล็กน้อยหรือร้อยละ 54.2 พบเห็นการข่มขู่ คุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 39.4 พบเห็นเหมือนเดิม ร้อยละ 14.8 พบเห็นมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 45.8 พบเห็นลดน้อยลงที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.0 ระบุชาวบ้านรากหญ้า ยังคงมีความทุกข์ใจเดือดร้อน โดยร้อยละ 38.0 ระบุยังมีความทุกข์เดือดร้อนเหมือนเดิม และร้อยละ 48.0 ระบุเพิ่มมากขึ้น และร้อยละ 14.0 ระบุลดลง
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อคุณภาพของข้าราชการ ภายหลังมีระบบประเมินการทำงานของหน่วยงานราชการต่างๆ พบว่า ร้อยละ 33.2 ระบุแย่เหมือนเดิม ร้อยละ 17.4 ระบุแย่ลง ในขณะที่ร้อยละ 26.8 ระบุดีเหมือนเดิม และร้อยละ 22.6 ระบุดีขึ้นเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อประโยชน์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.0 ระบุนักการเมืองได้ประโยชน์ ในขณะที่ร้อยละ 32.0 คิดว่าเป็นการแก้ไขรํฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ดร.นพดล กล่าวว่า ความคิดเห็นและประสบการณ์ของประชาชนที่ค้นพบในผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นสาเหตุสำคัญว่า ทำไมประเทศไทยยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา เช่น การเน้นเศรษฐกิจเมืองมากกว่าเศรษฐกิจชุมชน มีการทุจริตคอรัปชั่น มีระบบต่างตอบแทนบุญคุณกัน มีการฉ้อราษฏร์ บังหลวง มีระบบเด็กเส้น ตระกูลดัง เป็นต้น ดังนั้น ทางออกคือ 1. เน้นหนักการพัฒนา “เศรษฐกิจชายขอบ” ของสังคม โดยเร่งกระจายที่ดิน ทรัพยากรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสครอบครองทรัพยากรเป็นของตนเองในชุมชนท้องถิ่นท้องที่ต่างๆ โดยไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคนเฉพาะกลุ่ม 2. รัฐบาลน่าจะมีโครงการนำร่องพัฒนาธุรกิจการเกษตรแบบผสมผสานให้ครบวงจรเป็นตัวอย่างกับชุมชนอื่นๆ เช่น ประชาชนมีที่ดินเป็นของตนเอง ทำการเกษตรแบบผสมผสาน มีการร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรกับทีมงานบริหารจัดการมืออาชีพด้านการผลิต การบรรจุภัณฑ์ การตลาด และการพัฒนาที่ยั่งยืนลงพื้นที่ทำธุรกิจร่วมกันให้เป็นตัวอย่างชุมชนอื่นๆ ของประเทศ
3. ยกเครื่องระบบ หรืออาจจะยกเลิกระบบการประเมินคุณภาพข้าราชการที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เพราะจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มข้าราชการจำนวนมากพบว่า พวกเขาต้องสูญเสียเวลามากเกินไปกับการทำตามตัวชี้วัดที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและหน่วยงานของพวกเขาโดยส่วนรวม และบางหน่วยงานเวลามีประเมินแต่ละครั้งก็สร้างข้อมูลเท็จ ตกแต่งตัวเลขบิดเบือนไปจากความเป็นจริง 4. ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นหน่วยงานราชการต่างๆ ด้วยการปฏิรูประบบการรับเรื่องราวร้องทุกข์ให้เป็นแบบ ครบวงจรและเชื่อมโยงแบบ online ถึงทุกหน่วยงานราชการเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน แบบ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนไปเพียงที่เดียว หน่วยงานต่างๆ ก็จะทราบทั่วกันในการหาแนวทางแก้ไขความทุกข์เดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของตำรวจ เชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย และทำเนียบรัฐบาล เพราะทุกหน่วยงานมีโทรศัพท์สายด่วน เมื่อชาวบ้านเกิดปัญหาจะร้องเรียน ก็จะไม่ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก เรื่องเงียบหายไป หรือมีการโยนความเดือดร้อนของประชาชนกันไปมาให้พ้นตัว นอกจากนี้ น่าจะให้ข้าราชการที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เป็นกลุ่มคนที่เก่งและดี มีค่าตอบแทนให้สูงเป็นพิเศษ แต่ถ้าโยกย้ายกลุ่มข้าราชการที่ถูกลงโทษลงทัณฑ์หรือไม่รู้จะโยกย้ายไปไหนให้มาอยู่ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ก็จะเกิดความขุ่นข้องหมองใจในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐว่า คนรับเรื่องราวร้องทุกข์ก็กำลังมีทุกข์จะไปช่วยปลดทุกข์ชาวบ้านได้อย่างไร
5. เร่งทำให้การแก้ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นมีประสิทธิภาพโดยทำให้กลไกของรัฐในเวลานี้มีความสมบูรณ์เช่น สำนักงาน ปปท. ที่เน้นการแก้ปัญหาการทุจริตในภาครัฐของกลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อย เนื่องจากสำนักงาน ปปท. ยังขาดองค์ประกอบคณะกรรมการที่สมบูรณ์เพราะติดปัญหาการพิจารณาคณะบุคคลของฝ่ายการเมืองและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น การทำงานแต่ละครั้งต้องอาศัยการพึ่งพาหน่วยงานอื่นๆ ขาดความคล่องตัว ส่งผลให้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นยังคงมีเหมือนเดิมและเพิ่มมากขึ้น
จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 50.7 เป็นหญิง ร้อยละ 49.3 เป็นชาย ตัวอย่างร้อยละ 4.7 อายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 15.3 อายุระหว่าง 20–29 ปี ร้อยละ 17.8 อายุระหว่าง 30–39 ปี ร้อยละ 20.5 อายุระหว่าง 40–49 ปี และร้อยละ 41.8 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 73.4 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รองลงมาคือร้อยละ 22.0 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 4.6 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 36.3 ระบุอาชีพเกษตรกร/ประมง/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 16.9 ระบุอาชีพค้าขายรายย่อย/อิสระ ร้อยละ 11.2 ระบุอาชีพลูกจ้าง/พนักงานบริษัท ร้อยละ 14.5 ระบุอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10.5 ระบุอาชีพพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 8.5 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 2.1 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ
วันที่ 9 มกราคม นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายรัฐมนตรี แถลงนโยบายปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ "คิดนอกกฎ บริการนอกกรอบ" เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน 9 ข้อ ในรายการเชื่อมั่นกับนายกฯ โดยนายกฯ มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน คลอบคลุมหลายๆด้าน ทั้งเรื่องการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ การลดค่าน้ำ ค่าไฟ การเข้าถึงสินเชื่อ และ เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นายกชี้แจงด้วยว่า 9 มาตรการที่ประกาศ ไม่ใช่ทุ่มเงินลดแลกแจกแถม แต่แก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้าง ใช้งบ 2 พันล้าน แต่ได้ประโยชน์ 2 หมื่นล้าน
สำหรับของขวัญชิ้นแรกรัฐบาลจะเปิดทางเลือกให้ผู้ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม จ่ายเงิน 100/150 ต่อเดือน ได้รับสิทธิประโยชน์เจ็บป่วยเสียชีวิต รวมถึงเบื้ยชราภาพ หรือประชาชน จ่าย 70 บ.รัฐสมทบ 30 บ.หรือ จ่าย 100 บ.รัฐสมทบ 50 บ. กรณีหลังจะประกันกรณีชราภาพด้วย ชิ้นที่2 การเข้าถึงสินเชื่อเป็นกรณีพิเศษให้กับแท็กซี่ และ หาบเร่แผงลอย นายกฯเชื่อจะเป็นลูกค้าดีของสถาบันการเงิน เพราะมีรายได้ชัดเจน ของขวัญชิ้นที่ 3ขึ้นทะเบียนมอเตอร์ไซค์ รับจ้าง จัดทำบัตร ให้เบอร์เสื้อวินจยย. แจกหมวกนิรภัย,ปรับปรุงวิน การทำบัตรจะนำไปสู่การพัฒนาสวัสดิการ
ของขวัญชิ้นที่ 4 เพิ่มจุดผ่อนปรนให้หาบเร่แผงลอย หวังลดรายจ่ายนอกระบบ และ จะจัดโซนการค้าให้เป็นระบบระเบียบ แต่จะไม่กระทบผู้ใช้ทางเท้า ของขวัญ ชิ้นที่5 นำเงินกองทุนน้ำมัน ตรึงราคาก๊าซ LPG ภาคครัวเรือน ภาคขนส่ง แต่จะเลิกอุดหนุนภาคอุตสาหกรรม ของขวัญชิ้นที่ 6 ลดการจัดเก็บค่าไฟ กับผู้ใช้ต่ำกว่า 90 หน่วยแบบถาวร ไม่ใช้เงินภาษี แต่จะปรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ใครใช้ไฟฟ้ามากก็จ่ายมาก ของขวัญชิ้นที่ 7 หาทางลดต้นทุนภาคการเกษตร โดยเฉพาะอาหารสัตว์ และ พ่อพันธ์แม่พันธุ์ ปรับรูปแบบไข่ไก่ขายโดยการชั่งกิโล ของขวัญชิ้นที่8 กรณีราคาไข่ไก่ จะนำร่องซื้อขายเป็นกิโลฯ เพื่อประหยัดค่าคัดแยกได้ถึง 50 สต. โดยเริ่มทดลองในเขตมีนบุรี ของขวัญชิ้นที่ 9 ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตั้งเป้าลดให้ได้ 20 % ใน 6 เดือน เพิ่มกล้องวงจรปิด-บุคลากร บูรณาการทำงานสำหรับ ของขวัญ ทั้ง 9 ที่นายกฯประกาศ จะเสนอครม.11 ม.ค. และ จะตั้งคณะทำงานศึกษา เห็นผลตั้งแต่มค.ใช้งบ 2,000 กว่าล้านบาท
เชื่อประชาวิวัฒน์สำคัญต่อประชาชน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการการแถลงนโยบายปฏิบัติการประชาวิวัฒน์ "คิดนอกกฎ บริการนอกกรอบ" เพื่อเป็นของขวัญแก่ประชาชน 9 ข้อว่า ทุกเรื่องต้องเดินหน้าทันที เพียงแต่บางเรื่องต้องไปปรับแก้กฎระเบียบ หรือบางกรณีอาจต้องไปทำให้กฎหมายรองรับ แต่ทุกเรื่องต้องเดินหน้าได้เลย ถือว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลักที่มีความสำคัญต่อประชาชน ซึ่งกระบวนการแบบนี้เราคิดว่า ถ้าไปได้ดี อาจจะมีการหยิบยกเรื่องอื่นๆมาอีก
เมื่อถามว่า ระยะเวลาที่จะทำให้เป็นรูปธรรมชัดเจน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า บางเรื่องสามารถทำได้ทันที แต่ช้าที่สุดคือเดือนก.ค. และเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพราะมีการดูอย่างดีก่อนที่จะกำหนดเป้าหมายอย่างนี้
เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่มีคนบางมองเป็นการปูพรมหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน
สำรวจ"ทำไมประเทศไทย ยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา"
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และนักศึกษาด้านการพัฒนาระหว่างประเทศ ประจำสถาบันคอร์เนลล์เพื่อภารกิจของรัฐ (Cornell Institute for Public Affairs) มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ (Cornell University) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง สำรวจสาเหตุสำคัญ ทำไมประเทศไทยยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา ในยุครัฐบาลชุดปัจจุบัน กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ เพชรบุรี สระบุรี นครปฐม ชลบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด นครราชสีมา เลย ขอนแก่น อุบลราชธานี นราธิวาส สงขา และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 2,249 ตัวอย่าง โดยดำเนินการในช่วง 1 – 8 มกราคม 2554 ผลการสำรวจพบว่า
ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 77.7 ระบุมีระบบต่างตอบแทนบุญคุณกันในกลุ่มข้าราชการ โดยร้อยละ 51.8 ระบุว่ามีเหมือนเดิม ร้อยละ 25.9 ระบุว่ามีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 22.3 ระบุว่าลดลง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.7 พบเห็นการทุจริตคอรัปชั่นในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 49.6 พบเห็นเหมือนเดิม ร้อยละ 30.1 พบเห็นมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 20.3 พบเห็นลดน้อยลง ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.7 ระบุมีการแต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นพรรคพวกของตนเอง โดยร้อยละ 49.0 ระบุมีเหมือนเดิม ร้อยละ 34.7 ระบุมีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 16.3 ระบุลดลง
ที่น่าพิจารณาคือ ร้อยละ 74.7 มองว่ามีการครอบครองที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศโดยคนตระกูลใหญ่ๆ เพียงไม่กี่กลุ่ม โดยร้อยละ 43.3 ระบุมีเหมือนเดิม ร้อยละ 31.4 มองว่ามีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 25.3 มองว่า ลดลง แต่ที่น่าเป็นห่วงมาก คือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 73.3 ระบุมีการฉ้อราษฎร์ (เจ้าหน้าที่รัฐโกง รีดไถประชาชน) และบังหลวง (เจ้าหน้าที่รัฐครอบครอง ยักยอกถ่ายเททรัพย์สินของหลวง) โดยร้อยละ 47.4 ระบุมีเหมือนเดิม และร้อยละ 25.9 ระบุมีมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 26.7 ระบุลดน้อยลง ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.0 ได้ยินเรื่องการวิ่งเต้น ซื้อขายตำแหน่งในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 45.0 ได้ยินเหมือนเดิม ร้อยละ 31.0 ได้ยินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 24.0 ได้ยินลดน้อยลง
เมื่อถามว่า ยังคงพบเห็นระบบเด็กเส้น ตระกูลดังในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 84.0 ระบุพบเห็น โดยร้อยละ 43.0 พบเห็นเหมือนเดิม และร้อยละ 41.0 พบเห็นมากขึ้น ในขณะที่ ร้อยละ 16.0 พบเห็นลดลงที่สำคัญคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 63.6 พบการรีดไถประชาชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 42.7 พบเหมือนเดิม ร้อยละ 20.9 พบเห็นมากขึ้น และร้อยละ 36.4 พบเห็นลดน้อยลง เมื่อถามถึงการพบเห็นการข่มขู่ คุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ พบว่า เกินกว่าครึ่งเล็กน้อยหรือร้อยละ 54.2 พบเห็นการข่มขู่ คุกคามโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยร้อยละ 39.4 พบเห็นเหมือนเดิม ร้อยละ 14.8 พบเห็นมากขึ้น ในขณะที่ร้อยละ 45.8 พบเห็นลดน้อยลงที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 86.0 ระบุชาวบ้านรากหญ้า ยังคงมีความทุกข์ใจเดือดร้อน โดยร้อยละ 38.0 ระบุยังมีความทุกข์เดือดร้อนเหมือนเดิม และร้อยละ 48.0 ระบุเพิ่มมากขึ้น และร้อยละ 14.0 ระบุลดลง
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความคิดเห็นต่อคุณภาพของข้าราชการ ภายหลังมีระบบประเมินการทำงานของหน่วยงานราชการต่างๆ พบว่า ร้อยละ 33.2 ระบุแย่เหมือนเดิม ร้อยละ 17.4 ระบุแย่ลง ในขณะที่ร้อยละ 26.8 ระบุดีเหมือนเดิม และร้อยละ 22.6 ระบุดีขึ้นเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อประโยชน์ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.0 ระบุนักการเมืองได้ประโยชน์ ในขณะที่ร้อยละ 32.0 คิดว่าเป็นการแก้ไขรํฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของประชาชน
ดร.นพดล กล่าวว่า ความคิดเห็นและประสบการณ์ของประชาชนที่ค้นพบในผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นสาเหตุสำคัญว่า ทำไมประเทศไทยยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา เช่น การเน้นเศรษฐกิจเมืองมากกว่าเศรษฐกิจชุมชน มีการทุจริตคอรัปชั่น มีระบบต่างตอบแทนบุญคุณกัน มีการฉ้อราษฏร์ บังหลวง มีระบบเด็กเส้น ตระกูลดัง เป็นต้น ดังนั้น ทางออกคือ 1. เน้นหนักการพัฒนา “เศรษฐกิจชายขอบ” ของสังคม โดยเร่งกระจายที่ดิน ทรัพยากรที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพของประชาชนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสครอบครองทรัพยากรเป็นของตนเองในชุมชนท้องถิ่นท้องที่ต่างๆ โดยไม่ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของคนเฉพาะกลุ่ม 2. รัฐบาลน่าจะมีโครงการนำร่องพัฒนาธุรกิจการเกษตรแบบผสมผสานให้ครบวงจรเป็นตัวอย่างกับชุมชนอื่นๆ เช่น ประชาชนมีที่ดินเป็นของตนเอง ทำการเกษตรแบบผสมผสาน มีการร่วมมือกันระหว่างเกษตรกรกับทีมงานบริหารจัดการมืออาชีพด้านการผลิต การบรรจุภัณฑ์ การตลาด และการพัฒนาที่ยั่งยืนลงพื้นที่ทำธุรกิจร่วมกันให้เป็นตัวอย่างชุมชนอื่นๆ ของประเทศ
3. ยกเครื่องระบบ หรืออาจจะยกเลิกระบบการประเมินคุณภาพข้าราชการที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เพราะจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากกลุ่มข้าราชการจำนวนมากพบว่า พวกเขาต้องสูญเสียเวลามากเกินไปกับการทำตามตัวชี้วัดที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและหน่วยงานของพวกเขาโดยส่วนรวม และบางหน่วยงานเวลามีประเมินแต่ละครั้งก็สร้างข้อมูลเท็จ ตกแต่งตัวเลขบิดเบือนไปจากความเป็นจริง 4. ทำลายกำแพงที่ขวางกั้นหน่วยงานราชการต่างๆ ด้วยการปฏิรูประบบการรับเรื่องราวร้องทุกข์ให้เป็นแบบ ครบวงจรและเชื่อมโยงแบบ online ถึงทุกหน่วยงานราชการเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน แบบ One Stop Service เพื่อให้ประชาชนไปเพียงที่เดียว หน่วยงานต่างๆ ก็จะทราบทั่วกันในการหาแนวทางแก้ไขความทุกข์เดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของตำรวจ เชื่อมโยงกับกระทรวงมหาดไทย และทำเนียบรัฐบาล เพราะทุกหน่วยงานมีโทรศัพท์สายด่วน เมื่อชาวบ้านเกิดปัญหาจะร้องเรียน ก็จะไม่ถูกเก็บเข้าลิ้นชัก เรื่องเงียบหายไป หรือมีการโยนความเดือดร้อนของประชาชนกันไปมาให้พ้นตัว นอกจากนี้ น่าจะให้ข้าราชการที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์เป็นกลุ่มคนที่เก่งและดี มีค่าตอบแทนให้สูงเป็นพิเศษ แต่ถ้าโยกย้ายกลุ่มข้าราชการที่ถูกลงโทษลงทัณฑ์หรือไม่รู้จะโยกย้ายไปไหนให้มาอยู่ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ก็จะเกิดความขุ่นข้องหมองใจในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐว่า คนรับเรื่องราวร้องทุกข์ก็กำลังมีทุกข์จะไปช่วยปลดทุกข์ชาวบ้านได้อย่างไร
5. เร่งทำให้การแก้ปัญหาทุจริต คอรัปชั่นมีประสิทธิภาพโดยทำให้กลไกของรัฐในเวลานี้มีความสมบูรณ์เช่น สำนักงาน ปปท. ที่เน้นการแก้ปัญหาการทุจริตในภาครัฐของกลุ่มข้าราชการชั้นผู้น้อย เนื่องจากสำนักงาน ปปท. ยังขาดองค์ประกอบคณะกรรมการที่สมบูรณ์เพราะติดปัญหาการพิจารณาคณะบุคคลของฝ่ายการเมืองและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น การทำงานแต่ละครั้งต้องอาศัยการพึ่งพาหน่วยงานอื่นๆ ขาดความคล่องตัว ส่งผลให้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นยังคงมีเหมือนเดิมและเพิ่มมากขึ้น
จากการพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่าตัวอย่างร้อยละ 50.7 เป็นหญิง ร้อยละ 49.3 เป็นชาย ตัวอย่างร้อยละ 4.7 อายุต่ำกว่า 20 ปี ร้อยละ 15.3 อายุระหว่าง 20–29 ปี ร้อยละ 17.8 อายุระหว่าง 30–39 ปี ร้อยละ 20.5 อายุระหว่าง 40–49 ปี และร้อยละ 41.8 อายุ 50 ปีขึ้นไป ตัวอย่างร้อยละ 73.4 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี รองลงมาคือร้อยละ 22.0 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และร้อยละ 4.6 สำเร็จการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ตัวอย่างร้อยละ 36.3 ระบุอาชีพเกษตรกร/ประมง/รับจ้างทั่วไป ร้อยละ 16.9 ระบุอาชีพค้าขายรายย่อย/อิสระ ร้อยละ 11.2 ระบุอาชีพลูกจ้าง/พนักงานบริษัท ร้อยละ 14.5 ระบุอาชีพข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 10.5 ระบุอาชีพพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ ร้อยละ 8.5 ระบุเป็นนักเรียนนักศึกษา ร้อยละ 2.1 ระบุว่างงาน/ไม่ประกอบอาชีพ
นโยบายการขายไข่ไก่ของรัฐบาล ราคา กิโลกรัมละ 48-49 บาท
นโยบายการขายไข่ไก่ของรัฐบาล ราคา
กิโลกรัมละ 48-49 บาท
กิโลกรัมละ 48-49 บาท
วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554
ข้อสอบวัดสมรรถนะผู้บริหารฯ
Question Excerpt From ข้อสอบวัดสมรรถนะผู้บริหารฯ
Q.1) ข้อใดเกี่ยวข้องกับการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์น้อยที่สุด
A.
KPI
B.
CSF
C.
INPUT
D.
OUTPUT
Q.2)
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จัดทำขึ้นตามแนวคิดการบริหารเรื่องใด
A.
การบริหารเชิงระบบ
B.
การบริหารเชิงคุณภาพ
C.
การบริหารเชิงมาตรฐาน
D.
การบริหารเชิงคุณภาพและมาตรฐาน
Q.3)
DSS (Decision Support System) : ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ จะเกี่ยวข้องกับบุคลากรระดับใด
A.
บุคลากรระดับวางแผนยุทธศาสตร์
B.
บุคลากรระดับปฏิบัติการและวางแผนปฏิบัติการ
C.
บุคลากรระดับวางแผนปฏิบัติการและวางแผนการบริหาร
D.
บุคลากรระดับวางแผนและการบริหารวางแผนยุทธศาสตร์
Q.4) หากมีชาวต่างประเทศกล่าวคำว่า How do you do? ท่านจะตอบกลับไปเช่นไร
A.
I am a principle.
B.
I am an adminstrator.
C.
How do you do?
D.
I speak English well.
Q.5) หากท่านพัฒนาโรงเรียนของท่านจนได้รับรางวัลโรงเรียนต้นแบบของการจัดการเรียนการสอนในระดับสพท. ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
A.
ทำ Best Practices
B.
ฝึกอบรมครูในโรงเรียน
C.
วางแผนพัฒนาการเรียนการสอน
D.
จัดเวทีสัมมนาทางวิชาการ เชิญครูโรงเรียนอื่นเข้าร่วม
Q.6) หัวใจสำคัญที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเครื่องกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวใน“การพัฒนาองค์กร” (Organization Development )
A.
การวินิจฉัยองค์กร (Organization Diagnosis)
B.
การกำหนดกลยุทธ์และวางแผนพัฒนาองค์กร ( Establish OD Strategy and Implementation Plan )
C.
การนำกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรไปประยุกต์ (OD Intervention)หรือการแทรกแซงการพัฒนาองค์กร
D.
การประเมินการพัฒนาองค์กร (OD Evaluation)
Q.7) ผู้อำนวยการสถานศึกษาดำเนินการการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุฯ พ.ศ.2535 ได้ในวงเงินเท่าใด
A.
ไม่เกิน 1 ล้านบาท
B.
ไม่เกิน 5 ล้านบาท
C.
ไม่เกิน 10 ล้านบาท
D.
ไม่เกิน 50 ล้านบาท
Q.8) หากโรงเรียนของท่านมีนักเรียน 27 คน ครู 6 คน ถ้าท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาท่านคิดว่าจะดำเนินการเช่นไรกับโรงเรียนของท่าน
A.
จัดการเรียนการสอนสอนแบบคละชั้น
B.
ต้องบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน โดยการรวมหรือเลิก
C.
จัดครู 1 คน สอนอนุบาล1-2 จัดครู 1 คน สอนป.1-.2 และจัดครูที่เหลือประจำชั้น ป.3-6
D.
จัดการเรียนการสอนให้ครูปฏิบัติการสอนตามความเหมาะสม อาจมีครูประจำชั้นที่สอนควบชั้นและครูพิเศษ
Q.9)
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องนำมาใช้ในทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับชั้น ป.1-ม.6.ในปีใด
A.
พ.ศ.2553
B.
พ.ศ.2554
C.
พ.ศ.2555
D.
พ.ศ.2556
Q.10) ในกระบวนการ PDCA ข้อมูลสารสนเทศจะมีประโยชน์ในส่วนใดมากที่สุด
A.
Plan
B.
Do
C.
Check
D.
Act
Q.11)
ในการบริหารสถานศึกษา ต้องเสริมสร้างให้ใครมีวินัยเชิงบวก
A.
นักเรียนประถมศึกษา
B.
นักเรียนมัธยมศึกษา
C.
นักเรียนทุกคนในสถานศึกษา
D.
บุคลากรในสถานศึกษา
Q.12) โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ในจังหวัดของท่านได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน หากท่านต้องการส่งโรงเรียนเข้ารับการประเมินโรงเรียนรางวัลพระราชทานเช่นกัน ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของท่าน วีธีการใดที่ดีที่สุด
A.
พาคณะครูไปศึกษางาน
B.
เชิญวิทยากรจากโรงเรียนนั้นมาอบรมที่โรงเรียน
C.
ส่งตัวแทนครูเข้าไปเก็บข้อมูลต่างๆและนำข้อมูลมานำเสนอผู้บริหาร
D.
ศึกษาหลักเกณฑ์ของโรงเรียนที่เข้ารับการประเมินโรงเรียนรางวัลพระราชทาน
Q.13) การนำความรู้ต่างๆ ที่มีประโยชน์ในสถานศึกษา และนำไปใช้ วิธีการใดถือว่าดีที่สุด
A.
นำความรู้มาจัดหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
B.
นำความรู้มาปรับปรุงให้ทันสมัย จัดหมวดหมู่ นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
C.
นำความรู้มาวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
D.
นำความรู้มาสังเคราะห์ จัดหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Q.14) ผู้บริหารท่านใดมีสมรรถนะทางด้านการสื่อสารและจูงใจโดดเด่นที่สุด
A.
ผู้บริหารที่สืบค้นข้อมูลเองได้ นำเสนอข้อมูลเองได้
B.
มอบหมายงานให้ครูสืบค้นข้อมูลเองได้ นำเสนอข้อมูลเองได้
C.
จัดอบรมครูจนครูสามารถสืบค้นข้อมูลเองได้ นำเสนอข้อมูลเองได้
D.
ผู้บริหารที่สามารถอาศัยคำแนะนำของครูในการสืบค้นข้อมูลเองและนำเสนอข้อมูล
Q.15) ผู้บริหารที่มีความสามารถในการให้คำปรึกษากับคนอื่นได้ดีที่สุด ต้องเป็นผู้บริหารในลักษณะใด
A.
เป็นที่พึ่งของครูในการแก้ปัญหา
B.
แก้ปัญหาของครูได้เป็นส่วนใหญ่
C.
ให้คำแนะนำที่ดีในการแก้ปัญหา
D.
เสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาได้หลากหลาย
Q.16) โรงเรียนนกน้อย มีความพร้อมของข้อมูล สารสนเทศ ผู้รับผิดชอบ การวางแผน การดำเนินงาน การนิเทศติดตาม ประเมินผลการพัฒนา ปรับเปลี่ยนกระบวนการเป็นระยะเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สิ่งที่น่าจะต้องทำต่อไป คือข้อใด
A.
สร้างเครือข่าย
B.
ทำ Best Practice
C.
สร้างจิตวิญญาณในการทำงาน
D.
ดำเนินการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
Q.17) ในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน มุมมองของผู้บริหารที่มองครูควรเป็นลักษณะใด
A.
ครูคือคนดีและเก่ง
B.
ครูคือคนไม่ดีแต่เก่ง
C.
ครูคือคนดีและไม่เก่ง
D.
ครูคือคนไม่ดีและไม่เก่ง
Q.18) ข้อใดเป็นระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
A.
การพัฒนาคุณภาพ การจัดระบบคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ
B.
การพัฒนาคุณภาพ การจัดระบบคุณภาพ การประเมินและรับรองคุณภาพ
C.
การพัฒนาคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ การประเมินและรับรองคุณภาพ
D.
การจัดระบบคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ การประเมินและรับรองคุณภาพ
Q.19)
“ การเปรียบเทียบความสนใจทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระหว่างการเรียนจากวิดีทัศน์กับการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป ” ตัวแปรต้น(ตัวแปรอิสระ) และตัวแปรตามคือข้อใด
A.
ตัวแปรต้นคือรูปแบบการเรียน ส่วนตัวแปรตามคือความสนใจทางการเรียน
B.
ตัวแปรต้นคือความสนใจทางการเรียน ส่วนตัวแปรตามคือรูปแบบการเรียนงการเรียน
C.
ไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน
D.
ถูกทั้ง ก และ ข
Q.20) หากเจ้าหน้าที่พัสดุที่เป็นครูผู้ช่วยได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อจัดจ้างไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย เมือดำเนินการวินัยจนครบตามกระบวนการแล้ว โทษทางวินัยสูงสุดที่จะได้รับคือข้อใด
A.
ภาคฑัณฑ์
B.
ตัดเงินเดือน
C.
ลดขั้นเงินเดือน
D.
ปลดออก
Q.21)
EGP คือ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อยากทราบว่าย่อมาจากคำว่าอะไร
A.
E-Government Proccess
B.
E-Government Program
C.
E-Government Payment
D.
E-Government Procurement
Q.22)
โรงเรียนนกน้อยโบยบิน ได้กำหนดวิสัยทัศน์ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ข้อใดที่ท่านคิดว่าน่าจะเป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จของโรงเรียนแห่งนี้
A.
นักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน
B.
นักเรียนทุกคนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด
C.
ร้อยละของนักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด
D.
การกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับกับหลักสูตรแกนกลางฯ
Q.23) ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของโครงการอาหารเสริม (นม)
A.
ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพอนามัยของเด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษา
B.
ส่งเสรืมให้เด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาได้รับสารอาหารที่เหมาะสมตามวัย
C.
ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาได้รับอาหารเสริมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
D.
ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาได้รับสารอาหารที่เหมาะสมต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต
Q.24)
หลักธรรมอันเป็นของคนดี (ผู้ประพฤติชอบ) คือข้อใด
A.
อิทธิบาท 4
B.
พรหมวิหาร 4
C.
สังคหวัตถุ 4
D.
สัปปุริสธรรม 7
Q.25)
ผู้บริหารสถานศึกษามีอำนาจในการอนุญาตการลาของข้าราชกาครูจำนวนกี่วัน
A.
ผอ.และรองผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 30 วัน และลาป่วย 60 วัน
B.
ผอ.และรองผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 45 วัน และลาป่วย 60 วัน
C.
ผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 30 วัน และลาป่วย 60 วัน ส่วนรองผอ.ไม่มีอำนาจยกเว้นรักษาราชการแทนผอ.
D.
ผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 45 วัน และลาป่วย 60 วัน ส่วนรองผอ.ไม่มีอำนาจยกเว้นรักษาราชการแทนผอ.
Q.1) ข้อใดเกี่ยวข้องกับการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์น้อยที่สุด
A.
KPI
B.
CSF
C.
INPUT
D.
OUTPUT
Q.2)
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน จัดทำขึ้นตามแนวคิดการบริหารเรื่องใด
A.
การบริหารเชิงระบบ
B.
การบริหารเชิงคุณภาพ
C.
การบริหารเชิงมาตรฐาน
D.
การบริหารเชิงคุณภาพและมาตรฐาน
Q.3)
DSS (Decision Support System) : ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ จะเกี่ยวข้องกับบุคลากรระดับใด
A.
บุคลากรระดับวางแผนยุทธศาสตร์
B.
บุคลากรระดับปฏิบัติการและวางแผนปฏิบัติการ
C.
บุคลากรระดับวางแผนปฏิบัติการและวางแผนการบริหาร
D.
บุคลากรระดับวางแผนและการบริหารวางแผนยุทธศาสตร์
Q.4) หากมีชาวต่างประเทศกล่าวคำว่า How do you do? ท่านจะตอบกลับไปเช่นไร
A.
I am a principle.
B.
I am an adminstrator.
C.
How do you do?
D.
I speak English well.
Q.5) หากท่านพัฒนาโรงเรียนของท่านจนได้รับรางวัลโรงเรียนต้นแบบของการจัดการเรียนการสอนในระดับสพท. ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
A.
ทำ Best Practices
B.
ฝึกอบรมครูในโรงเรียน
C.
วางแผนพัฒนาการเรียนการสอน
D.
จัดเวทีสัมมนาทางวิชาการ เชิญครูโรงเรียนอื่นเข้าร่วม
Q.6) หัวใจสำคัญที่มีความสำคัญที่สุดและเป็นเครื่องกำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวใน“การพัฒนาองค์กร” (Organization Development )
A.
การวินิจฉัยองค์กร (Organization Diagnosis)
B.
การกำหนดกลยุทธ์และวางแผนพัฒนาองค์กร ( Establish OD Strategy and Implementation Plan )
C.
การนำกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรไปประยุกต์ (OD Intervention)หรือการแทรกแซงการพัฒนาองค์กร
D.
การประเมินการพัฒนาองค์กร (OD Evaluation)
Q.7) ผู้อำนวยการสถานศึกษาดำเนินการการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุฯ พ.ศ.2535 ได้ในวงเงินเท่าใด
A.
ไม่เกิน 1 ล้านบาท
B.
ไม่เกิน 5 ล้านบาท
C.
ไม่เกิน 10 ล้านบาท
D.
ไม่เกิน 50 ล้านบาท
Q.8) หากโรงเรียนของท่านมีนักเรียน 27 คน ครู 6 คน ถ้าท่านเป็นผู้บริหารสถานศึกษาท่านคิดว่าจะดำเนินการเช่นไรกับโรงเรียนของท่าน
A.
จัดการเรียนการสอนสอนแบบคละชั้น
B.
ต้องบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน โดยการรวมหรือเลิก
C.
จัดครู 1 คน สอนอนุบาล1-2 จัดครู 1 คน สอนป.1-.2 และจัดครูที่เหลือประจำชั้น ป.3-6
D.
จัดการเรียนการสอนให้ครูปฏิบัติการสอนตามความเหมาะสม อาจมีครูประจำชั้นที่สอนควบชั้นและครูพิเศษ
Q.9)
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องนำมาใช้ในทุกระดับชั้นตั้งแต่ระดับชั้น ป.1-ม.6.ในปีใด
A.
พ.ศ.2553
B.
พ.ศ.2554
C.
พ.ศ.2555
D.
พ.ศ.2556
Q.10) ในกระบวนการ PDCA ข้อมูลสารสนเทศจะมีประโยชน์ในส่วนใดมากที่สุด
A.
Plan
B.
Do
C.
Check
D.
Act
Q.11)
ในการบริหารสถานศึกษา ต้องเสริมสร้างให้ใครมีวินัยเชิงบวก
A.
นักเรียนประถมศึกษา
B.
นักเรียนมัธยมศึกษา
C.
นักเรียนทุกคนในสถานศึกษา
D.
บุคลากรในสถานศึกษา
Q.12) โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ในจังหวัดของท่านได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน หากท่านต้องการส่งโรงเรียนเข้ารับการประเมินโรงเรียนรางวัลพระราชทานเช่นกัน ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของท่าน วีธีการใดที่ดีที่สุด
A.
พาคณะครูไปศึกษางาน
B.
เชิญวิทยากรจากโรงเรียนนั้นมาอบรมที่โรงเรียน
C.
ส่งตัวแทนครูเข้าไปเก็บข้อมูลต่างๆและนำข้อมูลมานำเสนอผู้บริหาร
D.
ศึกษาหลักเกณฑ์ของโรงเรียนที่เข้ารับการประเมินโรงเรียนรางวัลพระราชทาน
Q.13) การนำความรู้ต่างๆ ที่มีประโยชน์ในสถานศึกษา และนำไปใช้ วิธีการใดถือว่าดีที่สุด
A.
นำความรู้มาจัดหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
B.
นำความรู้มาปรับปรุงให้ทันสมัย จัดหมวดหมู่ นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
C.
นำความรู้มาวิเคราะห์ จัดหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
D.
นำความรู้มาสังเคราะห์ จัดหมวดหมู่ ปรับปรุงให้ทันสมัย นำองค์ความรู้สำคัญๆไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Q.14) ผู้บริหารท่านใดมีสมรรถนะทางด้านการสื่อสารและจูงใจโดดเด่นที่สุด
A.
ผู้บริหารที่สืบค้นข้อมูลเองได้ นำเสนอข้อมูลเองได้
B.
มอบหมายงานให้ครูสืบค้นข้อมูลเองได้ นำเสนอข้อมูลเองได้
C.
จัดอบรมครูจนครูสามารถสืบค้นข้อมูลเองได้ นำเสนอข้อมูลเองได้
D.
ผู้บริหารที่สามารถอาศัยคำแนะนำของครูในการสืบค้นข้อมูลเองและนำเสนอข้อมูล
Q.15) ผู้บริหารที่มีความสามารถในการให้คำปรึกษากับคนอื่นได้ดีที่สุด ต้องเป็นผู้บริหารในลักษณะใด
A.
เป็นที่พึ่งของครูในการแก้ปัญหา
B.
แก้ปัญหาของครูได้เป็นส่วนใหญ่
C.
ให้คำแนะนำที่ดีในการแก้ปัญหา
D.
เสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาได้หลากหลาย
Q.16) โรงเรียนนกน้อย มีความพร้อมของข้อมูล สารสนเทศ ผู้รับผิดชอบ การวางแผน การดำเนินงาน การนิเทศติดตาม ประเมินผลการพัฒนา ปรับเปลี่ยนกระบวนการเป็นระยะเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย สิ่งที่น่าจะต้องทำต่อไป คือข้อใด
A.
สร้างเครือข่าย
B.
ทำ Best Practice
C.
สร้างจิตวิญญาณในการทำงาน
D.
ดำเนินการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
Q.17) ในการบริหารงานโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน มุมมองของผู้บริหารที่มองครูควรเป็นลักษณะใด
A.
ครูคือคนดีและเก่ง
B.
ครูคือคนไม่ดีแต่เก่ง
C.
ครูคือคนดีและไม่เก่ง
D.
ครูคือคนไม่ดีและไม่เก่ง
Q.18) ข้อใดเป็นระบบการประกันคุณภาพการศึกษา
A.
การพัฒนาคุณภาพ การจัดระบบคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ
B.
การพัฒนาคุณภาพ การจัดระบบคุณภาพ การประเมินและรับรองคุณภาพ
C.
การพัฒนาคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ การประเมินและรับรองคุณภาพ
D.
การจัดระบบคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ การประเมินและรับรองคุณภาพ
Q.19)
“ การเปรียบเทียบความสนใจทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนระหว่างการเรียนจากวิดีทัศน์กับการเรียนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป ” ตัวแปรต้น(ตัวแปรอิสระ) และตัวแปรตามคือข้อใด
A.
ตัวแปรต้นคือรูปแบบการเรียน ส่วนตัวแปรตามคือความสนใจทางการเรียน
B.
ตัวแปรต้นคือความสนใจทางการเรียน ส่วนตัวแปรตามคือรูปแบบการเรียนงการเรียน
C.
ไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน
D.
ถูกทั้ง ก และ ข
Q.20) หากเจ้าหน้าที่พัสดุที่เป็นครูผู้ช่วยได้กระทำความผิดเกี่ยวกับการซื้อจัดจ้างไม่เป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย เมือดำเนินการวินัยจนครบตามกระบวนการแล้ว โทษทางวินัยสูงสุดที่จะได้รับคือข้อใด
A.
ภาคฑัณฑ์
B.
ตัดเงินเดือน
C.
ลดขั้นเงินเดือน
D.
ปลดออก
Q.21)
EGP คือ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ อยากทราบว่าย่อมาจากคำว่าอะไร
A.
E-Government Proccess
B.
E-Government Program
C.
E-Government Payment
D.
E-Government Procurement
Q.22)
โรงเรียนนกน้อยโบยบิน ได้กำหนดวิสัยทัศน์ซึ่งมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ข้อใดที่ท่านคิดว่าน่าจะเป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จของโรงเรียนแห่งนี้
A.
นักเรียน ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน
B.
นักเรียนทุกคนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด
C.
ร้อยละของนักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่สถานศึกษากำหนด
D.
การกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับกับหลักสูตรแกนกลางฯ
Q.23) ข้อใดคือวัตถุประสงค์ของโครงการอาหารเสริม (นม)
A.
ส่งเสริมและพัฒนาสุขภาพอนามัยของเด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษา
B.
ส่งเสรืมให้เด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาได้รับสารอาหารที่เหมาะสมตามวัย
C.
ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาได้รับอาหารเสริมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
D.
ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนระดับก่อนประถมศึกษาและระดับประถมศึกษาได้รับสารอาหารที่เหมาะสมต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโต
Q.24)
หลักธรรมอันเป็นของคนดี (ผู้ประพฤติชอบ) คือข้อใด
A.
อิทธิบาท 4
B.
พรหมวิหาร 4
C.
สังคหวัตถุ 4
D.
สัปปุริสธรรม 7
Q.25)
ผู้บริหารสถานศึกษามีอำนาจในการอนุญาตการลาของข้าราชกาครูจำนวนกี่วัน
A.
ผอ.และรองผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 30 วัน และลาป่วย 60 วัน
B.
ผอ.และรองผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 45 วัน และลาป่วย 60 วัน
C.
ผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 30 วัน และลาป่วย 60 วัน ส่วนรองผอ.ไม่มีอำนาจยกเว้นรักษาราชการแทนผอ.
D.
ผอ.สามารถอนุญาตให้ครูลากิจได้ 45 วัน และลาป่วย 60 วัน ส่วนรองผอ.ไม่มีอำนาจยกเว้นรักษาราชการแทนผอ.
เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครู
เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554
เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,
เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,เก็งข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี2554 ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ ,ข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบบรรจุครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,สอบครูผู้ช่วย,แนวข้อสอบครูผู้ช่วย,ครูผู้ช่วย,ข้อสอบบรรจุครู,ข้อสอบครูชำนาญการพิเศษ,สอบครูชำนาญการพิเศษ,ข้อสอบเยียวยา,
เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาความรอบรู้ เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาชีพครู เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาความสามารถทั่วไป เก็งข้อสโค้งสุดท้ายวิชาการศึกษา
เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาความรอบรู้
เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาชีพครู
เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาความสามารถทั่วไป
เก็งข้อสโค้งสุดท้ายวิชาการศึกษา
เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาชีพครู
เก็งข้อสอบโค้งสุดท้ายวิชาความสามารถทั่วไป
เก็งข้อสโค้งสุดท้ายวิชาการศึกษา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)